Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

รู้ประมาณหนทางแห่งความดับทุกข์

เสียงเทศน์กิเลสผงะ

การดำเนินชีวิตทุกๆวันนี้ล้วนเป็นอยู่ยากมากกว่าอดีตที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสังคมที่มีการพัฒนาเร็วมากจน ทำให้คนเราปัจจุบันนี้ต้องแข่งขันกัน ไม่ว่า จะเป็นทางด้านธุรกิจ หน้าที่การงาน ตำแหน่ง หรือแม้แต่ ทางด้านการเงิน บางคนรวยมากๆส่วนบางคนนั้นก็จนมาก และอะไรคือสาเหตุแห่งความจน และความรวยนี่ละ เหมือนดังคำสอนของ “พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)” ที่ได้กล่าวไว้ว่า 

 

 “…ในโลกมนุษย์ถ้าเรามีบุญเสียแล้วจะค้าขายก็ร่ำรวย จะทำงานทำกิจการอะไรก็เจริญ จะหาทรัพย์สมบัติก็ได้คล่องแคล่วสะดวกสบายไม่ติดขัดแต่ประการใด…”

 

 

 

ผลจากการจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีในโลกประจำปี พ.ศ.25511 โดย “ฟอร์บส์” นิตยสารด้านการเงินของสหรัฐอเมริกาปรากฏว่า นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนการเงินชื่อดังชาวสหรัฐ วัย 77 ปี ได้ตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินถึง 62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2 ล้านล้านบาท) ส่วนแชมป์เก่า 13 ปีซ้อน นายบิล เกตส์ ตกลงมาอยู่อันดับที่ 3 ปีนี้มีผู้ติดอันดับอภิมหาเศรษฐีโลกทั้งหมด 1,125 คน จากประชากรโลก 6.7 พันล้านคน โดยมีเศรษฐีจากสหรัฐอเมริกาติดอันดับมากที่สุด และมีคนไทยติดอันดับ 3 คน

ส่วนอันดับอภิมหายาจกโลกนั้น ยังไม่ได้ยินข่าวว่ามีนิตยสารใดจัดอันดับ เป็นไปได้หรือไม่ว่า อภิมหายาจกของโลกมีปริมาณมากมายจนจัดอันดับไม่ไหว หรือว่ายังไม่มีมาตรการใดที่วัดปริมาณความจนได้อย่างแม่นยำว่า ใครจนมากกว่ากัน หรือยังไม่มีหน่วยวัดความหิวว่า คนที่อดอยากหิวโหยสุดยอดต่อเนื่องยาวนาน พันคนแรกของโลกเป็นใคร

 

เรื่องความรวยความจนนี้ ปรากฏอยู่ในพระธรรมเทศนาของพระเดชพระคุณหลวงปู่หลายแห่ง เช่น

 

“…ในโลกมนุษย์ถ้าเรามีบุญเสียแล้วจะค้าขายก็ร่ำรวย จะทำงานทำกิจการอะไรก็เจริญ จะหาทรัพย์สมบัติก็ได้คล่องสะดวกสบายไม่ติดขัดแต่ประการใด ถ้าว่าไม่มีบุญ จะทำอะไรก็ติดขัดไปเสียทุกอย่างทุกประการ ดังนั้น จึงได้ชักชวนพวกเราให้มาทำบุญทำกุศลเสีย จะได้เลิกจนเลิกทุกข์ยากลำบากเสียที…”

 

 

 

วิธีรวยท่านก็ให้ไว้ ทั้งด้วย การหมั่นทำทาน รักษาศีลให้บริสุทธิ์ และเจริญสมาธิภาวนาให้ใจหยุดใจนิ่ง ดังนี้

 

ทาน: “…ทานการให้นี่เป็นนโยบายของบัณฑิตทั้งหลาย แต่ไหนแต่ไรมา คนมีปัญญาแล้วก็ต้องให้ทาน ถ้าคนโง่แล้วเห็นว่าสิ้นไปหมดไป ถ้าว่าคนมีปัญญาแล้วเห็นว่ายิ่งให้ยิ่งมียกใหญ่…”

 

ศีล: “…เราครองเรือนก็เหมือนกัน เสียทรัพย์ไป ศีลอย่าให้เสีย ต้องรักษาไว้ ศีลเป็นสิ่งสร้างทรัพย์ เจ้าทรัพย์เสียถ้าว่ามีศีลละก็ ได้ชื่อว่าเป็นคนดี คนบริสุทธิ์ แล้วเป็นเจ้าทรัพย์ ทรัพย์ดึงดูดโลกให้มาหา ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร ให้บริสุทธิ์จริงๆนะ…”

 

ภาวนา: “…ถ้าว่าจิตหยุดเสียได้ละก็ เขมํ ทีเดียว เกษมผ่องใสเหมือนอย่างกับกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้าทีเดียว …ถ้าจิตหยุดเช่นนั้นเสียแล้วละก็ เงินน่ะไม่ต้องหายากหาลำบากแต่อย่างไรหรอก ถ้าจิตผ่องใสขนาดนั้นแล้ว ไม่ต้องทำงานอะไรมากมายไปหรอก มันไหลเข้ามาเองนะ เงินน่ะไม่เดือดร้อน…”

 

การทำทานให้ได้บุญเต็มเปี่ยม ผู้ทำต้องปีติในทาน ยิ่งปีติมากก็ยิ่งได้บุญมาก จำนวนชาติที่บุญตามส่งผลก็จะมากขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าจะทำทานมากน้อยเพียงใด ก็ขอให้ทำใจให้ปีติมากๆ เพราะทานที่เราทำในแต่ละครั้งมีอานิสงส์มากมายเกินกว่าที่คนธรรมดาสามัญจะคาดคิดได้ ดังคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงปู่ที่ว่า

 

 

 

“ถ้าให้แก่คนเลวทรามมนุษย์พรานเบ็ดหรือนายพรานแห ผู้มีมือชุ่มไปด้วยโลหิตใจอำมหิต บาปหยาบช้า ให้อาหารเพียงอิ่มเดียว เจ้าของทานผู้ให้อาหารแก่คนเช่นนั้นย่อมได้รับอานิสงส์ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณะ ตามสนองไปทุกภพทุกชาติ”

 

การให้ทานแก่มนุษย์ที่มือชุ่มไปด้วยโลหิต เป็นคนใจบาปหยาบช้า ยังได้บุญถึงขนาดนี้ ถ้าเราทำบุญถูกเนื้อนาบุญอันเลิศ จะได้บุญมากขนาดไหน

 

ในสมัยที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าใครมาบำเพ็ญทานที่วัดปากน้ำ ท่านจะเมตตาคำนวณบุญให้ และบอกกล่าวกันเดี๋ยวนั้นเลยว่า ทำบุญวันนี้ได้บุญไปเท่าไหร่ ซึ่งสร้างความปลื้มปีติให้แก่ญาติโยมเป็นยิ่งนัก

“…วันนี้นะไม่ใช่นิดๆหน่อยๆ มาทอดผ้าป่านี้นะ คนหนึ่งๆนั่นวัดผ่าเส้นศูนย์กลางขนาด 1,000 วา เป็นดวงในขนาดพันวา เขามีธรรมกาย เขาเห็นทั้งนั้นแหละ ขนาดพันวา วัดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดพันวา กลมรอบตัวเรียบเหมือนหน้ากระจกเชียว นั่นแหละบุญมาติดอยู่กลางตัวทุกคนๆ แต่หย่อนบ้าง บางคนก็ถึง 900 วา บางคนก็ถึง 800 วา 700 วา 600 วา 500 วา ต้องได้ทุกคนเหมือนกันหมด แบบเดียวกันหมดทีเดียว ความจริงเป็นอย่างนี้…”

 

ยุคนี้คนรวยมีไม่มาก จึงไม่ยากที่จะจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีโลก แต่ถ้าเมื่อไรมนุษย์หันมาทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนากันมากๆจนเป็นกิจวัตร อีกไม่นานยุคของคนหล่อ สวย รวย ฉลาด ก็จะบังเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น การจัดอันดับอภิมหายาจากโลกคงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะจำนวนคนยากจนคงเหลือไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองโลก แต่ที่แน่ๆ ใครทำบุญกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ทั้งตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่หรือมรณภาพไปแล้ว หมดสิทธิ์ติดอันดับยากจนใดๆกับเขาอย่างแน่นอน

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami