Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

“คบคนพาล ย่อมเสียชื่อเสียง ติคความเป็นพาล”

เสียงเทศน์กิเลสผงะ (4)

คนเรามีด้วยการหลายแบบ

คือ แบบที่ 1 คือ เป็นคนดี มีคนที่เป็นคนดี มาโดยพื้นฐาน คือ พื้นฐานของเขาเป็นคนดีอยู่แล้ว

แบบที่ 2 คือ พยายามเป็นคนดี คือ รู้ว่าตัวเองต้องปรับปรุงแก้ไขยังไง เพื่อให้ตัวเองนั้นเป็นคนดี

แบบที่ 3 คือ เป็นคนครึ่งๆกลางๆ คือ จะดี ก็ไม่ดี จะเลวก็ไม่เลว เป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเอง แล้วไม่พยายามจะแก้ไข

แบบที่ 4 คือ เป็นคนเลว คือไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไร นั้นก็คิดแต่สิ่งที่ไม่ดี ทำแต่สิ่งที่ไม่ดี จนเป็นอาจิน

หากเรารู้ว่าเราทำอะไรผิดพลาดแล้วพยามแก้ใขให้ดีนั้นถือว่ายังเป็นคนที่เห็นความสำคัญของตัวเอง

และพยายมหางไกลจากคนพาลทั้งหลาย เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า

 

“ใบไม้ที่ห่อหุ้มปลาเน่า

ย่อมต้องพลอยแปดเปื้อน

เหม็นเน่าไปด้วยฉันใด

 ผู้ที่คบคนพาล ก็ย่อมต้องพลอยเสียชื่อเสียง

 ติคความเป็นพาล

 เดือดร้อนเสียหายไปด้วยฉันนั้น”

 

คนพาล คือใคร ?

 

            คนพาล คือคนที่มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ เป็นผลให้มีความเห็นผิด ยึดถือค่านิยมผิดๆ และมีวินิจฉัยเสีย คือไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควร อะไรไม่ควร

เช่น บัณฑิตเห็นว่า “เหล้า” เป็นของไม่ดี ทำให้ขาดสติ นำความเสื่อมมาให้นานัปการ แต่คนพาลกลับเห็นว่า “เหล้า” เป็นของประเสริฐ

ป็นเครื่องกระชับมิตร หรือบัณฑิตเห็นว่า “การเล่นไพ่”  เป็นอบายมุข เป็นปากทาง หรือเป็นสัญลักษณ์แห่งความฉิบหาย

แต่คนพาลกลับเห็นว่า “การเล่นไพ่” เป็นสิ่งดีทำให้เพลิดเพลิน เป็นการฝึกสมองซ้อมวิชาคำนวณ ดังนี้เป็นต้น

 

            คนพาลมีลักษณะเป็นคนเหมือนกับเรา คือมีร่างกายประกอบด้วยเลือดเนื้อ เช่นเดียวกับเรา และอาจมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเราก็ได้

เช่น เป็นญาติพี่น้อง สามีภรรยา ครูอาจารย์ ฯลฯ  อาจเป็นผู้มีการศึกษาสูง อาจมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง อาจมีสมัครพรรคพวกมาก ฯลฯ

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร มีความสัมพันธ์กับเราหรือไม่ ขึ้นชื่อว่าพาลแล้ว ถึงแม้จะมีความรู้มีความสามารถ  

ก็ไม่ใช้ความรู้ความสามารถในทางที่ถูกที่ควร เพราะเขาแสลงต่อความดี เหมือนคนไข้แสลงต่อน้ำเย็น

 

โบราณท่านให้คติเตือนไว้ว่า

“ห่างสุนัขให้ห่างศอก ห่างวอกให้ห่างวา ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์”

 

โทษของการคบคนพา

 

1.ย่อมถูกชักนำไปในทางที่ผิ

2.ย่อมเกิดความหายนะ การงานล้มเหลว

3.ย่อมถูกมองในแง่ร้าย ไม่ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลทั่วไป

4.ย่อมอึดอัดใจ เพราะคนพาลแม้เราพูดดีๆ ด้วยก็โกรธ

5.หมู่คณะย่อมแตกความสามัคคี เพราะการยุยงและไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัย

6.ภัยอันตรายต่างๆ ย่อมไหลเข้ามาหาตัว

7.เมื่อละโลกแล้ว ย่อมมีอบายภูมิเป็นที่ไป

 

การที่เราคบใครสักคน คงไม่อยากจะคบคนพาล เพราะนอกจากจะพาให้เราฉิบหาย แล้วยังพาชีวิตให้พังได้ เกิดมาทั้งทีนั้น ต้องทำความดี ให้ถึงพร้อม

เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami