Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา

เสียงเทศน์กิเลสผงะ (4)

หลังพระพุทธเจ้าทรงปรินิพพานแล้ว มีเพียง “ธรรมและวินัย” เท่านั้น ที่เป็นศาสดาแทนพระพุทธเจ้า

 

“พระพุทธเจ้าได้ตรัสปัจฉิมวาจาหรือพระวาจาครั้งสุดท้ายของพระพุทธเจ้าอย่างที่เราจำกันแม่นว่า…

“วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ”

แปลว่า “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท”

 

แต่ก่อนหน้าที่จะตรัสปัจฉิมวาจานี้ ก็มีพุทธพจน์ที่สำคัญด้วย จะเรียกว่าเป็นการสั่งเสียก็ได้ คือ พระองค์ทรงคำนึงถึงว่า เมื่อพระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว พระสาวกทั้งหลายโดยเฉพาะผู้ที่เป็นปุถุชน ก็อาจจะนึกว่า บัดนี้พระบรมศาสดาสิ้นไปแล้ว ใครจะเป็นผู้นำต่อไป พระองค์จึงตรัสให้หลักไว้ เพื่อให้สาวกทั้งหลายมีเครื่องยึดเหนี่ยว มีแนวทางที่ให้เกิดความมั่นใจ ไม่เกิดความลังเลสงสัย โดยตรัสว่า…

 

“มมจฺจเยน…” ในเวลาที่เราล่วงลับไปแล้ว ธรรมและวินัยใดที่เราได้แสดงแล้วบัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้นแล จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย”

 

หมายความว่า พระองค์ไม่ได้ทรงตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้เป็นศาสดาแทนพระองค์ แต่ให้ถือว่าพระธรรมวินัยนั่นแหละ หรือหลักธรรมที่พระองค์ได้แสดงไว้ วินัยที่พระองค์ได้บัญญัติไว้นั่นแหละ เป็นศาสดาแทนพระองค์ ในพระพุทธศาสนาก็ถือหลักนี้สืบต่อกันมา”

 

 

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต )

ที่มา : บัทึกตามทางพุทธกิจ ตอนที่ ๔ กุสินารา ที่ปรินิพพาน

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami