Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

ความรัก! ทำไมถึงเป็นที่ต้องการ

เสียงเทศน์กิเลสผงะ (3)

พุดถึงเรื่องความรักทำไมหลายๆคนถึงต้องการและอยากที่จะมีความรัก

แล้วความรักที่หลายๆคนต้องการนั้น มีกี่แบบ แล้วรักแบบใหนถึงจะเรียกว่ารักที่ แท้จริง

ส่วนใหญ่ที่ทุกคนต้องมานั่งเสียใจ มานั่งทุกข์ใจ ที่ความรักจากไปนั้น ล้วนแล้วแต่ทำให้เรานั้นเกิดความทุกข์

เมื่อเรา “รักให้เป็น แล้วเตือนตัวเอง สอนตัวเองให้ได้ว่าความรักเป็นอย่างไร” เราก็จะรู้จักรักที่แท้จริง

 

โดยนักจิตวิทยาแบ่ง ความรัก” ออกเป็น 7 รูปแบบ

 

1.รักแบบหลงใหล

เป็นความรักแบบหลงใหลคลั่งไคล้ในคุณลักษณะบางอย่างของคนที่หลงรัก เช่น ในหน้า เรือนร่าง รู้สึกประทับใจอย่างมากเมื่อแรกพบ

รู้สึกหวั่นไหวหัวใจเต้นแรง รู้สึกหลงรักขึ้นมาทันทีดูราวกับว่าเคยเป็นคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน พยายามทำความรู้จักทุกวิถีทางโดยเร็วที่สุด

เพราะเกรงคนอื่นคว้าเอาไปก่อน เป็นความรักแบบบุ่มบ่ามผลีผลาม ไม่มีเหตุผลรองรับที่ดี เป็นเพียงความพึงพอใจรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

เป็นความรักที่ไม่ยั่งยืน รักง่ายหน่ายเร็วเช่นเดียวกับ ความรักใคร่เสน่หา

 

2. ความรักความใคร่ 

เป็นความรักที่มีเรื่องของความใคร่หรือตัณหาราคะเป็นองค์ประกอบหลัก ความสนใจในเพศตรงข้ามถูกกระตุ้นด้วยเสน่หาทางเพศจากรูปลักษณ์ภายนอก

รวมถึงสิ่งปรุงแต่งอื่น ๆ เช่น จริต น้ำเสียง การแต่งกาย กลิ่นน้ำหอม ฝ่ายที่เกิดความพึงพอใจจะมีความกำหนัดและรู้สึกตื่นเต้นทางเพศสูง แรงจูงใจ

ในการคบหากันมีเป้าหมายอยู่ที่การมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก หากมีความต้องการตรงกันจะเกิดความผูกพันตามมาอย่างรวดเร็ว

มีความหลงใหลถวิลหากันอยู่ตลอดเวลาไม่ต่างกับคนติดยาเสพติดที่พอหมดฤทธิ์ยาก็อยากเสพอีก

จากอารมณ์ความรู้สึกที่ตั้งอยู่บนความต้องการทางเพศเป็นหลักเช่นนี้

 

3. ความรักแบบเพื่อน

เป็นความรักแบบเพื่อนอย่างแท้จริง ไม่มีเรื่องความต้องการทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง เกิดจากความรู้สึกชอบพอนิสัยกันแบบมิตร รู้สึกห่วงใย

อยากดูแลเอาใจใส่ให้อีกฝ่ายมีความสุข อยากทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน รู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขเวลาอยู่ด้วยกัน มีความไว้วางใจกัน

อยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องที่มีความสนใจร่วมกัน แบ่งปันทุกข์สุขร่วมกัน ให้เกียรติกัน เป็นความรักที่มีความยั่งยืนยาวนาน

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงจุดหนึ่ง ความรักประเภทนี้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นความรักในแบบคู่รักได้ในที่สุด

 

4.. ความรักแบบเมตตา

ลักษณะสำคัญคือ มีความเมตตากรุณา ห่วงใยเอาใจใส่ดูแล ยินดีช่วยเหลือ ทำสิ่งต่าง ๆ ให้ พร้อมที่จะแบ่งปัน อยู่ใกล้แล้วรู้สึกอบอุ่นมีความสุข

สัมผัสได้ถึงความจริงใจ เป็นความรักที่มีความหมายกว้าง ๆ เช่น ความรักความเมตตาที่มีต่อผู้ด้อยโอกาส คนยากจน คนที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น

แล้วรู้สึกเกิดความเมตตาอยากช่วยเหลือ กรณีที่นำมาใช้ในความหมายของคู่รักก็ จะต้องมีลักษณะเด่นดังกล่าวนี้อย่างชัดเจน

นอกเหนือจากความรู้สึกเสน่หาในแบบหนุ่มสาวที่รักกัน

 

5.ความรักแบบหวานซึ้ง

พบในวัยหนุ่มสาวมากกว่าวัยอื่น เป็นความรักที่ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น กระตือรือร้น มีชีวิตชีวา อยากพบหน้าคนรักตลอดเวลา

เต็มใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้คนรักด้วยความยินดี มีทัศนคติที่ดีต่อคนรัก ถึงแม้ว่าในสายตาของผู้หวังดีจะไม่เห็นด้วย แต่ก็พร้อมที่จะแก้ต่างให้คนรักเสมอ

 

6.ความรักตามสัญญาใจ

เป็นความรักที่มีคำมั่นสัญญาเป็นองค์ประกอบสำคัญ มีความเปิดเผย จริงใจ ซื่อสัตย์ เข้าใน ไว้วางใจกัน ให้เกียรติ นับถือกันและกัน

เกิดจากการเรียนรู้ทำความรู้จักและมีพัฒนาการของความรักมาระดับหนึ่งแล้วจนเกิดความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง เกิดความไว้วางใจและเชื่อมั่นศรัทธา

ในรักของกันและกัน อยากใช้ชีวิตร่วมกันฉันท์สามีภรรยาตลอดไป หากเป็นรักที่มีการพัฒนามาตามขั้นตอนและมีความลงตัวด้านอื่น ๆ ด้วย

เช่น ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเข้ากันได้ดี ก็จัดเป็นความรักที่ประสบความสำเร็จสูง เพราะมีความเข้าใจกันเป็นพื้นฐานที่มั่นคง

 

7.ความหลงใหลคลั่งไคล้ 

เป็นความรักแบบหลงใหลคลั่งไคล้ในคุณลักษณะบางอย่างของคนที่หลงรัก เช่น ในหน้า เรือนร่าง รู้สึกประทับใจอย่างมากเมื่อแรกพบ

รู้สึกหวั่นไหวหัวใจเต้นแรง รู้สึกหลงรักขึ้นมาทันทีดูราวกับว่าเคยเป็นคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน พยายามทำความรู้จักทุกวิถีทางโดยเร็วที่สุด

เพราะเกรงคนอื่นคว้าเอาไปก่อน เป็นความรักแบบบุ่มบ่ามผลีผลาม ไม่มีเหตุผลรองรับที่ดี เป็นเพียงความพึงพอใจรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

เป็นความรักที่ไม่ยั่งยืน รักง่ายหน่ายเร็วเช่นเดียวกับ ความรักใคร่เสน่หา

 

เราทุกคนล้วนมีความรักทุกแบบผสมกันอยู่ในตัวเอง ต่างกันเพียงสัดส่วน และจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ชีวิต

ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ ความคาดหวัง และทัศนคติ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการดำเนินชีวิตรักสำหรับชีวิตที่เหลือต่อไป

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami