Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

กำไรจากความทุกข์

เสียงเทศน์กิเลสผงะ (31)

การทำสมาธิจิตไม่สงบเลย​ ดี

เรา​จะ​ได้ไม่ลืมตัว ไม่หลงตัว เราจึงรู้ว่ามีงาน​ต้องทำเยอะ จิตใจของเราไว้ใจไม่​ได้ จิตใจของเรายัง​เป็นเหยื่อของอารมณ์ พอเกิด​ความรู้สึกว่า​ชอบ วิ่งตามสิ่งตนเองชอบ ​ต้อง​เอาให้​ได้ 

นี่ลักษณะของเด็ก ไม่ใช่ลักษณะของผู้ใหญ่ เจอสิ่ง​ที่ไม่ชอบ ไม่​เอา เห็นไหม นี่ลักษณะของเด็กหรือผู้ใหญ่ อาตมาว่า​เป็นลักษณะของเด็กนะ เช่น เด็กอายุสองขวบกว่า มัน​จะมีช่วงหนึ่ง​​จะพูด​แต่คำเดียวว่า ไม่​เอา ไม่​เอา ไม่​เอา ตลอดเวลา ​แต่จริง ๆ​ แล้ว​ เราก็ยัง​เป็นกันอยู่​ทุกคน เพียง​แต่ว่า

ไม่กล้าพูด มันเด็กไร้เดียงสา ​

แต่ภายในใจเราก็ยังร้องดังลั่นอยู่​ ว่า ไม่​เอา ไม่​เอา ไม่​เอา ​เป็นเรื่อง​ธรรมดา ​ถ้าไม่ฝึกจิตก็​เป็น​ไปตามสัญชาตญานนี้อยู่​ตลอดเวลา ชีวิตอย่างนี้ไม่มีคุณภาพ ​ถ้าเราฝึกจิต ลำบากก็จริง ​แต่ว่ามันก็มีประโยชน์ จำ​เป็นไหม ก็แล้ว​​แต่​จะจำกัด​ความของคำว่าจำ​เป็น ​จะว่า​ไปแล้ว​ หายใจเข้า หายใจออกก็จำ​เป็น ​เพราะหายใจออกแล้ว​ไม่เข้าก็ตาย 

อย่างนั้น​อาตมา​จะถามต่อ​ไปว่า มีชีวิตจำ​เป็นไหม มันจำ​เป็นอย่างไร ​เอาอะไร​​เป็นหลักตัดสินว่า อะไร​จำ​เป็นหรือไม่จำ​เป็น ​เอาแค่มีชีวิตหายใจ​ได้ว่าจำ​เป็น หรือว่า​จะ​เอาอะไร​ว่าจำ​เป็น บางคนฆ่าตัวตาย​ เพราะเห็นว่าชีวิตไม่จำ​เป็น ไม่จำ​เป็น​ต้องอยู่​ งั้นเรา​ต้องคิดให้ดีใช่ไหมว่าต้องการชีวิต อย่างไร ชีวิต​ที่ดีงาม​เป็นอย่างไร ชีวิต​ที่เราภูมิใจ​ได้​เป็นอย่างไร

ท่านเจ้าคุณพุทธทาสบอกว่า ​ต้องการ ควร​จะปฏิบัติให้มีชีวิต​ที่ว่า ทบทวนตอนกลางคืนว่าวันนี้เรา​ได้ ทำอะไร​บ้าง พูดอะไร​บ้าง ไหว้ตัวเอง​ได้ ​ถ้าอย่างนี้เรียกว่า​ใช้​ได้ ไหว้ตัวเอง​ได้ อยาก​จะไหว้ตัวเอง ​เพราะมันดีมันงาม สร้างประโยชน์ตน สร้างประโยชน์คนอื่นอย่างว่าบางคนบอกว่า ไม่​ต้องลำบากลำบน ทรมานตนเอง ตื่น​แต่เช้า​ ทานมื้อเดียว สองมื้อ เนี่ยทรมานเปล่า ๆ​ มันไม่ใช่ทรมานเปล่า ๆ​ 

มันทรมานมีประโยชน์ เรื่องทรมานไม่ห้ามหรอก แต่ขอให้ทรมานมี​ความรู้​ความเข้าใจใน เหตุผล สิ่ง​ที่รู้สึกว่า​ทรมานแรก ๆ​ อยู่​​ไปอยู่​มาก็ไม่ทรมานเลย​ บางทีก็ทรมาน​เพราะ​ความคิดเสียมากกว่า แล้ว​ก็บอกว่ามันอยู่​​ที่ใจ เคย​ได้ยินไหม มันอยู่​​ที่ใจ ​

พระพุทธเจ้าไม่​ได้สอนอย่างนั้น​ ท่านบอกว่า มันอยู่​​ที่กาย มันอยู่​​ที่วาจา มันอยู่​​ที่ใจ แล้ว​​พระพุทธองค์จำกัด​ความของบัณฑิต ผู้มีปัญญาว่า ผู้ไม่เบียดเบียนตน ผู้ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ​แต่คำว่าเบียดเบียนนี่​เป็นคำลึกซึ้งเหมือนกัน ​

แต่ใน​ที่นี้ขอสังเกตเพียงแค่ว่า ท่าน​เอาพฤติกรรม​เป็นเครื่องวัดปัญญา ​เอาปัญญา​เป็นเครื่องวัดพฤติกรรม ​พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบเหมือน​ กับการล้างมือ มือหนึ่ง​​คือศีล มือหนึ่ง​​คือปัญญา ล้าง​ซึ่งกัน​และกัน ศีลก็ล้างปัญญา ปัญญาก็ล้างศีล

ถ้าเรามีปัญญา ศีลเรา​จะบริสุทธิ์ ​จะรักษาศีลง่าย ​เพราะเห็นโทษในการไม่รักษา เห็นคุณประโยชน์ในการรักษา มี​ความฉลาดในการหากุศโลบายในการรักษาศีลของเราไม่ให้มีมลทิน 

เมื่อศีลเราบริสุทธิ์แล้ว​ จิตใจปราศจาก​ความเดือดร้อน มี​ความเชื่อมั่นในตัวเอง ไว้ใจตัวเอง​ได้มากขึ้น​ จิตใจไม่ฟุ้งซ่านวุ่นวาย ไม่เสียดาย ไม่มีอะไร​ปิดบังอำพราง ไม่มีอะไร​​ที่​จะ​ต้องอาย ไม่มีอะไร​​ที่​จะ​ต้องเขิน จิตใจสงบระดับ ปัญญา ​ความรู้ ​ความเข้าใจในชีวิตก็เพิ่มก็ผุดขึ้น​มา ตลอดเวลา เรียกว่า ​เป็นนักศึกษา​โดยแท้ เจออะไร​ในชีวิต แทน​ที่​จะวิ่ง​ไปตาม​ความรู้สึก​ที่เกิดขึ้น​ ว่าชอบหรือไม่ชอบ ​สามารถเรียนรู้ ​สามารถ​ได้กำไร ​แม้จากสิ่ง​ที่เราไม่ชอบ 

งั้นชีวิตของผู้มี​แต่กิเลส มี​แต่นิวรณ์เต็มสมอง เต็มหัวใจ ก็​เป็นอย่างหนึ่ง​ ​ความรู้สึกของชีวิตก็​เป็นอย่างหนึ่ง​ ​ความรู้สึกของผู้​ที่​สามารถน้อมนำจิตใจ อยู่​เหนือนิวรณ์เหนือกิเลสก็​เป็นอีกอย่างหนึ่ง​ เราก็พูดกัน​ได้ยากเหมือนกัน ​คือหลายสิ่งหลายอย่าง อาศัยประสบการณ์ 

แม่คุย​กับลูกเรื่อง​​ความ​เป็นแม่ ​ถ้าลูกยังไม่มีลูกของ​เขา ก็ไม่มีวัน​จะเข้าใจอยู่​ดี ​เพราะ​ต้องมีประสบการณ์ มัน​ต้องรู้เอง หลายสิ่งหลายอย่างก็เหมือนกัน หรือว่าภาพสองมิติ ​กับ ภาพสามมิติ สมมติว่า คนเคยเห็น​แต่ภาพสองมิติ แล้ว​อยาก​จะรู้ว่าภาพสามมิติ​เป็นอย่างไร อธิบายยากใช่ไหม ​เพราะ​เขาไม่เคยเห็น

บางสิ่งบางอย่าง รู้ก่อนจึงค่อยทำ บางสิ่งบางอย่าง รู้ก่อนไม่​ได้ ​ต้องทำจึง​จะรู้ ​ทีนี้ในการประพฤติปฏิบัติก็เหมือนกัน ​แต่ในฐานะ​ที่เรา​เป็นชาวพุทธ มีศรัทธาในองค์สมเด็จ​พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีศรัทธาใน​พระอริยสงฆ์ ​พระสาวกของ​พระพุทธองค์​ทั้งหลาย ว่าท่านสอนจริง 

ท่านรู้จริง ท่านแนะนำอย่างไรก็​ต้องเชื่อ มีไหม​ที่เราเคยอ่านคำสอน​พระพุทธเจ้า​ที่ไม่ตรง​กับประสบการณ์ของเรา ​ที่เราพิสูจน์​ได้เลย​ว่าไม่ใช่ ไม่มีใช่ไหม ดังนั้น​ ​เมื่อเราเชื่อว่า​พระพุทธองค์ตรัสสิ่งใด ก็ตรัส​เพื่อประโยชน์​เพื่อ​ความสุข แด่มวลมนุษย์ เราก็พยายามปฏิบัติตาม พยายามทำให้เห็น ทำให้รู้เอง ​เป็นประสบการณ์ตรง 

พระราชพัชรมานิต

 (ชยสาโรภิกขุ)

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami