Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

คนตายแล้วไปไหน? 

เสียงเทศน์กิเลสผงะ (22)

เวลาคนเราตายแล้วไปใหน

“นี่สามเณรที่ระลึกชาติเล่า ให้เราฟังในวันเผาศพหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สามเณรแกไม่อยากเล่าเรื่องที่แกระลึกชาติได้ แกบอกว่าถ้าเล่าให้ใครฟังทีไร เป็นไข้ทุกที แกว่าอย่างนั้นนะ แกเข็ด พอเล่าเรื่องชาติหลังย้อนหลังแล้วเป็นไข้ทุกทีไม่เคยพลาด ที่นี่เราอยู่กับสามเณร เอ้า! เราบอก คราวนี้ไม่ให้ไข้ เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ เอ้า! เล่ามาให้หมดนะคราวนี้ เรารับรองว่าไม่ให้เป็นไข้ แกก็มาเล่ากับเรานี่ ไม่เป็นไข้ แล้ว ก็ไม่เป็นไข้จริงๆนะ แปลกอยู่นะ สามเณรเล่ากับเราหนเดียว กับเรารายเดียวนี่ไม่เป็นไข้ พอมาถึงเราก็ซักถามกันถึงเรื่องตายแล้วไปไหน 

 

แกเล่าว่า ตอนนั้นเป็นพระ ไปภาวนาในป่า พอดีมาเป็นไข้ป่าตาย พอตายแล้ว แกก็แบกกลดสะพายบาตร ยืนดูเขาเผาศพตัวแกเอง คนมากันเต็มหมด มาเผาศพแก แกก็ยืนดูศพแกอยู่ สะพายบาตรแบกกลดอยู่ดูเขาเผาศพแกเอง เขาไม่สนใจกับแกเลย คนเป็นร้อยๆ เต็มอยู่นั่น เขาไม่สนใจกับแกสักคนเดียวเลย ยืนดูเขาเอาศพของแกไป พอเผาเสร็จแล้วแกก็เดินออกไปทางด้านตะวันออก ศพแกนี่ถูกเผาเป็นเถ้าเป็นถ่านขนาดนี้แล้วจะหวังเอาอะไรอีก แกก็เดินจากไปแล้ว ไม่ห่วงใยแล้ว แล้วก็เดินไปเรื่อย พอเดินมาถึงศาลาใหญ่หลังหนึ่ง ศาลานั้นใหญ่มากทีเดียว นี่เห็นมั๊ย สามเณรนี้เล่าให้ฟังนะ

 

คนตายแล้ว ไปไหนกัน คนตายแล้วก็จะไปรวมกันศาลาใหญ่หลังหนึ่ง ศาลาหลังนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ยมบาลอะไรเหล่านี้เต็มอยู่นั่น มีสมุดบัญชีเป็นสองกอง กองใหญ่เบ้อเร่อเทียว กองหนึ่งเล็ก แล้วกองหนึ่งใหญ่ กองใหญ่สำหรับบัญชีคนทำชั่ว กองเล็กสำหรับบัญชีคนทำดี พวกนักโทษเยอะ นักโทษนี่ทำกรรมหนัก ทำกรรมเบา กรรมอะไรก็ตาม เขาแยกไว้เป็นประเภทๆ เต็มศาลา 

 

ทีนี้ยมบาลเขาจะเรียกชื่อ พอเรียกชื่อนายนั้นๆ เรียกชื่อปั๊บต้องมาถึงปุ๊บเลย อำนาจแห่งกรรมมันบีบบังคับขนาดนั้น จะอืดอาดไม่ได้ พอเรียกชื่อปั๊บจะมาปุ๊บๆเลย มีกี่คนโทษประเภทนี้ ยมบาลจะเต็มศาลา แต่จะมีหัวหน้ายมบาล ๒นายเท่านั้นแหละ หัวหน้ายมบาลน่ากลัวมากนะ นายหนึ่งนำหน้า นายหนึ่งตามหลัง พอเรียกชื่อเสร็จแล้วก็ไล่ลงไล่ลง พวกนี้ลงไปแล้วก็เรียกพวกนั้นมาอีกเป็นคณะๆ จนกระทั่งหมด 

 

พอลงไปหมดแล้วก็ยังเหลือแต่ยายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ศาลานั่น ยายคนนั้นเป็นคนเหมือนคนวัดเรานี่แหละ เหมือนคนแต่งตัวไปวัดเรานี่ไปถือศีลปฏิบัติธรรม มีผ้าเฉวียงบ่านุ่งผ้าซิ่นเราธรรมดาแต่งตัวไปวัดนี่ ยายแกนั่งอยู่ทางโน่น ยมบาลเขาเรียกยายว่าคุณแม่นะ สำหรับยายคนนี้ ยมบาลเขาเรียกคุณแม่ นอกนั้นเขาเรียกนายนั้นนายนี้ๆ ลงเลยๆ นี่เขาเรียกยายที่ปฏิบัติธรรมว่าคุณแม่ 

 

พอพวกนักโทษที่ทำบาปกรรมลงจากศาลาไปหมดแล้ว ยมบาลเขาเรียกเชิญคุณแม่มาที่นี่ ถ้าคุณแม่อยากไปสวรรค์ให้ลงที่นี่เลย คุณแม่จะไปสวรรค์ชั้นไหนให้ลงไปทางนี้ แล้วจากนั้นก็มีรถที่จะมารับคุณแม่ จะเป็นรถ ลงไปจอดที่สระน้ำนี้ แล้วคุณแม่ก็ไปเปลื้องผ้านี้ออก ลงจากสระนี้แล้วก็เดินบุกน้ำไป รถจะมาทางฟากสระน้ำทางนั้น แล้วคุณแม่ก็ขึ้นรถ รถจะประดับตบแต่งใหม่หมด เครื่องประดับประดาตบแต่งเขาจัดเอามาพร้อมรถเลย พอคุณแม่ไปแล้วลงน้ำนี่ปั๊บ รถก็เป็นรถทิพย์เลย ก็ลอยขึ้น เขาก็เชิญเลย จูงขึ้น แต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็เหาะบึ่งขึ้นเหมือนสำลี รถทิพย์ รถทิพย์พูดอะไรพูดไม่ได้แต่มันประจักษ์กับตาอยู่ว่างั้น เป็นสีงามอร่ามตาอะไรนี้เราพูดไม่ถูก รถทิพย์ แต่ก็ไม่ได้ถามว่ารถทิพย์นี้มาจากสวรรค์ชั้นไหนจะไปชั้นไหน เป็นแต่เพียงว่ายายคนนี้ลงรถแล้วก็กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยสะอาดสะอ้านจะได้ขึ้นไปสวรรค์ จากนั้นรถทิพย์ก็เหาะไป

 

ยังเหลือแต่พระภิกษุรูปเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั่นนะสิ คือพระที่ตายไป เจ้าหน้าที่ยมบาลเหล่านั้นเขาก็ไม่ได้มาสนใจกับพระภิกษุรูปนี้ พอเขาส่งยายคนนั้นเสร็จแล้วเขาก็ทำงานของเขาอยู่บนโต๊ะ 

 

แล้วพระภิกษุก็ถามยมบาลว่า “จะให้อาตมาไปไหน ไม่เห็นเรียกชื่ออาตมาเลย”

 

 ยมบาลพูด “โห ท่านน่ะ ถ้าตั้งใจจะไปเกิดเมืองมนุษย์ก็ให้เดินกลับหลัง เดินย้อนหลังไปทางนี้ ถ้าท่านจะไปสวรรค์ก็ให้ลงไปนี้ ท่านไปได้ทั้งไปสวรรค์ ไปได้ทั้งเมืองมนุษย์ ถ้าท่านจะไปสวรรค์ก็ให้ลงนี้ เหมือนกับยายคนนั้นลงแล้วรถทิพย์จะมารับเอง” 

 

“อาตมาเองไม่ได้ปรารถนาที่จะไปสวรรค์หรือเมืองมนุษย์ อาตมาไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ อาตมาหิวน้ำ อาตมาจะไปหาน้ำ อาตมาจะฉันน้ำก่อน” แล้วก็ลงจากนั้นก็เดินเรื่อยไปๆ เดินมาจนถึงบ้านหลังหนึ่ง บ้านนี้อยู่ริมทุ่งนา ถามเขาว่า อาตมาขอบิณฑบาตฉันน้ำได้มั๊ย เขาก็บอกว่าให้ท่านเดินต่อไปอีกบ้านหลังหนึ่ง เขาจะตักน้ำเตรียมใว้ให้ ให้ท่านเดินไปที่นั่นไปรออยู่บ้านหลังนั้น เขาชี้บอกเห็นบ้านชัดๆ อยู่บ้านหลังนั้น บ้านหลังนั้นจะเกิดเข้าใจหรือเปล่า พอเดินไปถึงที่นั่น จะตักน้ำมาฉัน ก็รู้สึกเคลิ้มๆจะหลับ รู้สึกเหนื่อยเพลียมาก เคลิ้มๆ แล้วหลับไปเลย เลยยังไม่ทันได้ฉันน้ำ 

 

พอตื่นขึ้นมาที่ไหนได้ เกิดแล้ว รู้สึกตัวก็ขยับอะไรไม่ได้ มาเกิดในท้องคน พอเป็นเด็กโตขึ้นหน่อยก็ไม่ยอมใส่เสื้อผ้า ไปหาเศษผ้ามาห่ม ผ้าสีเหลืองนะ แล้วพอพูดได้ก็บอกคนนั้นไม่ใช่พ่อ คนนี้ไม่ใช่แม่ พ่อแม่อยู่หมู่บ้านนั้น ตำบลนั้น บ้านเดิมอยู่บ้านโคกเลาะ เขาพูดชื่อสถานที่ถูกหมดนะ พอโตขึ้นแกก็บวชเป็นสามเณร เห็นมั๊ยสามเณรระลึกชาติ 

 

คำว่าระลึกชาติได้นี้กับพระพุทธเจ้าระลึกชาติได้มันต่างกันนะ การระลึกนั้น ระลึกนี้ รู้นั้น รู้นี้ มันอาจเคลื่อนคลาดเพราะคนกระเสือกกระสนกระวนกระวาย ไม่ได้เหมือนพระญาณหยั่งทราบของพระพุทธเจ้าที่ระลึกชาติย้อนหลัง เช่น ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติย้อนหลังได้ เฉพาะชาติของพระองค์นี้มีกี่ภพกี่ชาติทรงทราบได้ตลอดทั่วถึง ตลอดถึงภพชาติของสัตว์ทั้งหลายรู้ได้หมดด้วยพระญาณหยั่งทราบ ไม่ได้ด้วยการสลบไสลเหมือนอย่างโลกทั้งหลายเขาเป็นกัน คนนั้นตายฟื้นกลับคืนมาแล้วระลึกชาติได้อย่างนั้นอย่างนี้แล้วมาฮือกันเป็นบ้าไป

 

พระพุทธเจ้าตรัสรู้พระญาณหยั่งทราบ ประกาศธรรมสอนโลกมานี้กี่ปีแล้ว ไม่เห็นตื่นกันบ้าง มันเป็นบ้าหรือยังไงมนุษย์เรานี่มันอยากว่าอย่างงั้นนะเรา ไปตื่นกับเรื่องแบบบ้าอย่างงั้น พวกคนสลบไสลตายฟื้นกลับคืนมาแล้วมาระลึกชาติได้ แล้วตื่นกันฮือฮาๆ พระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นคนสลบไสล ตรัสรู้ขึ้นมาเป็นอรรถเป็นธรรมเป็นศาสดาเอกของโลก รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งทั้งหลาย ประกาศธรรมสอนไว้ทำไมถึงไม่ตื่นกันบ้าง 

 

ให้พากันตื่นนะ ไม่ตื่นไม่ได้นะ ใครทำบาปทำกรรมจะจมจริงๆนะ ฟังซิว่านรกเดือดพล่านๆ ไม่มีวัน มีคืน มีปี มีเดือน มีแต่เผาใหม่สดๆร้อนๆอย่างนั้นตลอดเวลา พวกนรกนี้ก็อัดแน่นๆ เพราะมนุษย์ทั้งหลายที่ทำแต่กรรมชั่วนั่นซิ ทางสวรรค์นี้เบาบางมาก น้อยคนจะได้ไปนะ ทางนรกนี้แน่นหนามากทีเดียว”

 

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami