Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

เทวดา ที่สงเคราะห์นี้มาจากใหน?

เสียงเทศน์กิเลสผงะ (95)

นี่ก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่เรื่องหนึ่ง

  ในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวกับเทวดาที่ท่านเคย สงเคราะห์เรื่อยมา  เทวดาพวกนี้มาจากประเทศเยอรมัน  

มาขอฟังเทศน์ท่านขณะที่พักอยู่หมู่บ้านอีก้อ กับพวกมูเซอในเขาลึก 

โดยเขาแสดงความประสงค์ออกมาเลยว่า อยากฟังเทศน์ชัยชนะคาถา

 ท่านกำหนดหาบทธรรมที่ตรงกับความต้องการของเขา  ธรรมก็ผุดขึ้นมาภายในว่า 

อกฺโกเธน ชิเน โกธํ เป็นต้น บอกความหมายขึ้นมาพร้อม และแสดงให้พวกเทวดาฟังว่า… 

 

ธรรมนี่แลเป็นยอดแห่งธรรมที่ผู้หวังความชนะจะพึงเจริญให้มาก  

โลกที่มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อกันตลอดมาก็เพราะธรรมนี้  เป็นเครื่องปราบปรามความชั่ว ทั้งหลาย มีความโกรธเป็นต้น  ให้เสื่อมสิ้นอำนาจในการทำลายสังคมมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ทำให้โลกมีความเจริญ และสงบสุขโดยทั่วกัน 

 เทวดาควรมีธรรมนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวประสานกัน 

โลกถ้าขาดชัยชนะธรรมนี้แล้ว อย่างน้อยก็เกิดความไม่สงบสุข มากกว่านั้นก็สังหารทำลายกันให้ฉิบหายย่อยยับโดยถ่ายเดียว  

โลกจะเอาความโกรธแค้นมาปราบปรามข้าศึกทั้งภายในภายนอก  

ทั้งใกล้และไกล ทั้งวงแคบและวงกว้าง ด้วยความโกรธแค้น  อันเป็นของไม่ดี และเป็นเครื่องทำลายตนและผู้อื่น จึงไม่มีทาง 

สำเร็จได้ตลอดกาล

ถ้าขืนปราบด้วยความโกรธแค้นมากขึ้นเพียงไร  โลกก็ยิ่งจะเป็นไฟประลัยกัลป์เผาผลาญ กัน ให้ย่อยยับจนไม่มีอะไรเหลืออยู่เพียงนั้น  เพราะความโกรธแค้นเป็นไฟอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่นำไปทำการหุงต้มอะไรไม่สำเร็จ ทางสำเร็จของมันก็คือทำโลกให้วอดวายไปโดยถ่ายเดียวเท่านั้น 

 ผู้ต้องการให้โลกยังคงเป็นโลกที่มีความหมายและน่าอยู่  จึงควรเห็นโทษของความโกรธ แค้น อันเป็นเครื่องทำลายนี้ว่าเป็นไฟมหาวินาศ  ไม่ควรนำมาใช้ จะเป็นการก่อไฟเผาตนและ ผู้อื่นให้เป็นไฟไปตาม ๆ กัน 

โลกอยู่ได้ด้วยเมตตาคือความเอ็นดูสงสารกันทุกตัวสัตว์ที่มีชีวิต ครองตัวอยู่ ไม่พึงเบียด เบียน ทำลายกันด้วยความโกรธแค้น หรือ 

ด้วยความเห็นแก่ปากแก่ท้อง ซึ่งไม่มีประมาณ แห่งความอิ่มพอ 

และไม่มีทางสิ้นสุดแห่งการทำลายกัน

 

 พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษ ของมันด้วย พระปัญญา อันแหลมคมไม่มีทางสงสัย และทรงเห็นคุณในความเมตตาว่า เป็นธรรมอ่อนโยนและสมัครสมานรักใคร่ ไมตรี ต่อกันระหว่างสัตว์โลกทุกชั้นทุกภูมิ ซึ่งมีความรักสุขเกลียดทุกข์เสมอหน้ากัน จึงประทานไว้เพื่อความมั่นคงแห่งสันติสุขแก่โลก ตลอดกาลนาน 

 

หากเมตตาธรรมยังมีในใจของสัตว์โลกอยู่ตราบใด โลกยังจะ มีหวังความสุขความสมหวัง อยู่ตราบนั้น แต่ถ้าเมตตาได้ห่างเหินจากใจ ของสัตว์โลกกาลใด   กาลนั้นแม้สัตว์โลกจะมี ความอุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค นานาชนิดอย่างพึงพอใจ ก็ตาม แต่จะไม่มี ความสงบสุขตกค้างอยู่ในวงสัตว์โลกนั้น ๆ เลย 

ส่วนที่ได้รับจะมีแต่ความเดือดร้อนขุ่นเคืองไปทุกหย่อมหญ้า 

 

ดังนั้นเมื่อเราทราบอยู่แก่ใจว่า ธรรมเป็นธรรม และเป็นเครื่อง นำความเจริญมาสู่ตน และทราบอยู่ว่าโลกที่เต็มไปด้วย 

ความโหดร้ายทารุณเผาอยู่ในดวงใจ เหมือนไฟลุกโพลง อยู่ด้วยเชื้อคอยแต่จะ สังหาร ทำลายสิ่งต่าง ๆ ให้ย่อยยับ ดับสูญลง ไปทุกเวลานาทีเช่นนี้ จึงควรเร่งบำเพ็ญตนให้พ้นภัย

ไปเฉพาะหน้า ซึ่งยังควรแก่วิสัยพอจะทำได้ หากกาลอันควร ผ่านไปแล้วจะเสียใจภายหลัง เพราะโลกนี้คือโลกอนิจฺจํ และ ตั้งอยู่บน ร่างกาย และจิตใจของคนและสัตว์ ไม่เลือกหน้า 

 

นี่เป็นใจความย่อแห่งชัยชนะคาถาที่ท่าน แสดงแก่เทวดา 

ที่มาจากประเทศเยอรมันฟัง 

พอจบเทศนาเทวดาสาธุการสามครั้ง เสียงสะเทือนไปทั่ว 

โลกธาตุ เสร็จแล้วท่านถามเขาว่า…. 

ทำไมเทวดาอยู่ถึงประเทศเยอรมันซึ่งชาวมนุษย์ถือว่าไกล แสนไกล จึงทราบได้ว่า 

อาตมาพักอยู่ที่นี่ 

เขาตอบว่า สำหรับท่านแล้วจะอยู่ที่ไหนเขาก็ทราบกันทั้งนั้น  อีกประการหนึ่ง เทวดาในประเทศไทยเคยไปมาหาสู่กับเทวดา 

ในประเทศเยอรมันมิได้ขาด พวกเทวดามิได้ถือว่า ประเทศไทย 

กับประเทศเยอรมันหรือประเทศใด ๆ อยู่ห่างกันเหมือนที่พวก มนุษย์เข้าใจกัน 

แต่ถือว่าเป็นประเทศเขตแดนที่พวกเทวดาไปมาหาสู่กันได้สะดวกสบายธรรมดา ๆ  เรานี่เอง เพราะมิได้ไปด้วยเท้าหรือด้วยยานพาหนะดังมนุษย์ทั้งหลายไปกัน แต่เทวดาเหาะลอยไปด้วยฤทธิ์ เหมือนกระแสจิตที่ส่งไปในที่ต่าง ๆ  เพียงขณะเดียวก็ถึงจุดที่หมาย การไปมาของเทวดาจึงสะดวกกว่าชาวมนุษย์อยู่มาก 

 

ท่านว่าเทวดาประเทศเยอรมันมาฟังเทศน์ท่านเสมอ เช่นเดียว  กับรุกขเทวดาซึ่งสถิตอยู่ในที่ ต่าง ๆ ของเมืองไทยมาฟังเทศน์ ท่านบ่อย ๆ 

 

ฉะนั้น ความเคารพของเทวดาไม่ว่าชั้นบน ชั้นล่างมีลักษณะคล้าย คลึงกัน คือเวลาเขามาเยี่ยมท่านในสถานที่ที่มีพระ พักอยู่กับท่าน  เทวดาจะไม่เข้ามาด้านที่มี พระอยู่ นั้นเลย

 

หนึ่ง มายามดึกสงัด เวลาพระท่านพักจำ วัด หนึ่ง มาถึงแล้วพร้อม กันทำประทักษิณ สามรอบหนึ่ง มีความสงบเสงี่ยมโดยทั่วกันหนึ่ง

เวลาจะจากไปพร้อมกันทำประทักษิณสามรอบก่อน แล้วค่อย ๆ เดินถอยห่างออกไป พอเห็นว่าพ้นเขตที่พักท่านอันเป็นที่ควรเคารพแล้ว   ต่างค่อยเหาะลอยขึ้นบนอากาศเหมือน สำลีฉะนั้นหนึ่ง เทวดาทั้งหลายทำความเคารพท่านโดยอาการอย่างนี้…”


ที่มา : หนังสือ ” รำลึกวันวาน ” อันเป็นบันทึกของ หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami