Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

เหตุแห่งความไม่ยึดมั่น

phu (4)

สิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดเลยที่เป็นของเรา

แม้กระทั้งร่างกายนี้ ที่เราถือว่าเป็นตัวเรา ก็ยังไม่ใช่ของเรา เป็นเพียงสิ่งที่ยืมเขามา สร้างความดี เพราะเมื่อเราจากโลกนี้ไปเรา ร่างกายเราก็ต้องสลายไป เหมือนดังคำสอน ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ทรงตรัสไว้

“พระพุทธภาษิตใน สังยุตตนิกาย ตรัสไว้ในตอนหนึ่งเป็นใจความว่า ธรรมทั้งหมด(ทั้งสภาวธรรม สัจจธรรม ปฏิปัตติธรรม และปฏิเวธธรรม) ที่พระองค์ได้ตรัสรู้นั้น มีปริมาณมากเท่ากับใบไม้หมดทั้งป่า

ส่วนธรรมที่ทรงนำมาสอนนั้นเท่ากับ
ใบไม้เพียงกำเดียว จากใบไม้หมดทั้งป่านั้น, กล่าวคือ เฉพาะเรื่องอริยสัจสี่ ในส่วนที่เป็นการปฏิบัติที่นั้นเอง. อีกแห่งหนึ่งตรัสไว้ในบาลี อลคัททูปมสูตร มัชฌิมนิกาย มีขอบเขตแคบเข้ามาอีก โดยตรัสว่า

 

“ตถาคตกล่าวสอนแต่เรื่องความทุกข์ และความดับไม่เหลือแห่งทุกข์เท่านั้น.”

 

ในบาลี จูฬตัณหาสังเขยยสูตร มัชฌิมนิกาย ได้ตรัสไว้อย่างรัดกุมถึงที่สุด โดยตรัสไว้เป็นใจความว่า คำสอนของพระองค์ทั้งหมดทั้งสิ้น


สรุปลงได้เป็นประโยคสั้นๆเพียงประโยคเดียวว่า “สพฺเพฺ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย”
ซึ่งแปลว่า “สิ่งทั้งปวงอันใครๆไม่ควรยึดมั่นว่าเป็นตัวตนหรือของตน” ดังนี้.

 

จากพระพุทธภาษิตเหล่านี้ ทำให้เราสรุปความได้ว่า “ธรรม” ที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนานั้น คือหลักความจริงที่ว่า

 

ธรรมชาติทั้งปวง ทั้งที่เปลี่ยนแปลงและไม่เปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่ใครจะไปถือเอาว่า เป็นตัวตนหรือเป็นของตน ไม่ได้,

กฎของธรรมชาติมีอยู่อย่างเด็ดขาด


ว่า ถ้าไปยึดถือหรือมั่นหมายสิ่งใด ว่าเป็นตัวตนหรือของตนก็ตามเข้าแล้ว จะต้องเกิดความรู้สึกที่เป็นทุกข์ขึ้นมาทันที ไม่โดยตรงก็โดยเร้นลับ,

 

ดังนั้น หน้าที่ตามกฎธรรมชาติ ที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติก็คือ กระทำสิ่งต่างๆ ที่ควรกระทำ และรับผลแห่งการกระทำนั้นๆไปโดยไม่ต้องมีความยึดถือว่าตัวตน หรือของตน ดังที่กล่าวแล้ว,

 

เรามีชีวิตอยู่ด้วยกันในโลกนี้ ด้วยความยินยอมกันได้ทุกประการ โดยไม่ต้องเบียดเบียนกัน เพราะไม่มีความยึดมั่นสิ่งใด โดยความเป็นของตนหรือเป็นตัวตนนั่นเอง.

 

นี้คือตัว “หลักธรรม” ส่วนที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนา และตรงตามพระพุทธภาษิตที่ตรัสว่า
“สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย” แปลว่า “ธรรมทั้งปวง อันใครๆไม่ควรยึดมั่น” ดังที่กล่าวมาแล้ว”

 

พุทธทาสภิกขุ

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami