Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on reddit
Share on telegram

ฝึกใจเห็นทุกข์ จะเห็นธรรม

phu (4)

การฝึกใจ  เห็นทุกข์ทำให้เกิดปัญญา

ใจของเรานี่มันอยู่ในกรง ยิ่งกว่านั้นมันยังมีเสือ

ที่กำลังอาละวาดอยู่ในกรงนั้นด้วย ใจที่มันเอาแต่ใจ

ของเรานี้ ถ้าหากมันไม่ได้อะไรตามที่มันต้องการแล้ว

มันก็อาละวาด เราจะต้องอบรมใจด้วยการปฏิบัติภาวนา

ด้วยสมาธิ นี้แหละที่เราเรียกว่า “การฝึกใจ”

ในเบื้องต้นของการฝึกปฏิบัติธรรม จะต้องมีศีล

เป็นพื้นฐาน หรือรากฐาน ศีลนี้เป็นสิ่งอบรมกาย วาจา

ซึ่งบางทีก็จะเกิดการวุ่นวายขึ้นในใจเหมือนกัน เมื่อเรา

พยายามจะบังคับใจไม่ให้ทำตามความอยาก

กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย นิสัยความเคยชิน

อย่างโลกๆ ลดมันลง อย่ายอมตามความอยาก อย่ายอม

ตามความคิดของตน หยุดเป็นทาสมันเสีย พยายามต่อสู้

เอาชนะอวิชชาให้ได้ด้วยการบังคับตัวเองเสมอ

นี้เรียกว่า ศีล

เมื่อพยายามบังคับจิตของตัวเองนั้น จิตมันก็จะดิ้นรน

ต่อสู้ มันจะรู้สึกถูกจำกัด ถูกข่มขี่ เมื่อมันไม่ได้ทำตามที่มัน

อยาก มันก็จะกระวนกระวายดิ้นรน ทีนี้เห็นทุกข์ชัดละ

“ทุกข์” เป็นข้อแรกของอริยสัจ คนทั้งหลายพากัน

เกลียดกลัวทุกข์ อยากหนีทุกข์ ไม่อยากให้มีทุกข์เลย

ความจริง ทุกข์นี่แหละจะทำให้เราฉลาดขึ้นล่ะ ทำให้

เกิดปัญญา ทำให้เรารู้จักพิจารณาทุกข์ สุขนั่นสิ

มันจะปิดหูปิดตาเรา มันจะทำให้ไม่รู้จักอด ไม่รู้จักทน

ความสุขสบายทั้งหลายจะทำให้เราประมาท

กิเลสสองตัวนี้ทุกข์เห็นได้ง่าย ดังนั้นเราจึง

ต้องเอาทุกข์นี่แหละมาพิจารณา แล้วพยายามทำ

ความดับทุกข์ให้ได้ แต่ก่อนจะปฏิบัติภาวนาก็ต้อง

รู้จักเสียก่อนว่าทุกข์คืออะไร

ตอนแรกเราจะต้องฝึกใจของเราอย่างนี้

เราอาจยังไม่เข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร ทำไป

ทำไปก่อน ฉะนั้นเมื่อครูอาจารย์บอกให้ทำอย่างใด

ก็ทำตามไปก่อน แล้วก็จะค่อยมีความอดทนอดกลั้น

ขึ้นเองไม่ว่าจะเป็นอย่างไรให้อดทนอดกลั้นไว้ก่อน

เพราะมันเป็นอย่างนั้นเอง อย่างเช่นเมื่อเริ่มฝึกนั่งสมาธิ

เราก็ต้องการความสงบทีเดียวแต่ก็จะไม่ได้ความสงบ

เพราะมันยังไม่เคยทำสมาธิมาก่อน ใจก็บอกว่า

“จะนั่งอย่างนี้แหละจนกว่าจะได้ความสงบ”

แต่พอความสงบไม่เกิดก็เป็นทุกข์ ก็เลยลุกขึ้น

วิ่งหนีเลย การปฏิบัติอย่างนี้ไม่เป็น “การพัฒนาจิต”

แต่มันเป็นการ “ทอดทิ้งจิต” ไม่ควรจะปล่อยใจ

ไปตามอารมณ์ ควรที่จะฝึกฝนอบรมตนเองตาม

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ขี้เกียจก็ช่าง ขยันก็ช่าง

ให้ปฏิบัติมันไปเรื่อยๆ ลองคิดดูซิ ทำอย่างนี้

จะไม่ดีกว่าหรือ การปล่อยใจตามอารมณ์นั้น

จะไม่มีวันถึงธรรมของพระพุทธเจ้า

เมื่อเราปฏิบัติธรรม ไม่ว่าอารมณ์ใดจะเกิดขึ้น

ก็ช่างมัน แต่ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ปฏิบัติให้สม่ำเสมอ

การตามใจตัวเองไม่ใช่แนวทางของพระพุทธเจ้า

ถ้าเราปฏิบัติธรรมตามความคิดความเห็นของเรา

เราจะไม่มีวันรู้แจ้งว่าอันใดผิด อันใดถูก จะไม่มีวัน

รู้จักใจของตัวเอง และไม่มีวันรู้จักตัวเอง ดังนั้นถ้า

ปฏิบัติธรรมตามแนวทางของตนเองแล้ว ย่อมเป็นการ

เสียเวลามากที่สุด แต่การปฏิบัติตามแนวทางของ

พระพุทธเจ้าแล้วย่อมเป็นหนทางตรงที่สุด

ธรรมโอวาท หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

Share on facebook
Facebook
Share on pinterest
Pinterest
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
“กิเลสทำให้ใจทุกข์ เเต่ธรรมะทำให้ใจสุข” . เมื่อไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกข์ ชีวิตจะถึงจุดที่มีความสุขได้อย่างไร
เสื้อธรรมะล้างกิเลส
ชีวิตนี้ไม่ได้จบเเค่ความตาย ก่อนตายได้ไปดีไม่เสียหาย
Close Bitnami banner
Bitnami